เคยได้ยินคำว่า “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” กันมาบ้างหรือเปล่า แล้วสงสัยกันบ้างไหมว่าโรคเหล่านี้นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ สำหรับใครที่สนใจใคร่รู้ น่าเสียดายที่วันนี้เรายังไม่มีคำตอบแบบเจาะลึกมาให้ เพราะว่าหัวข้อของเราในวันนี้ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ธรรมดาทั่วไป แต่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มชายรักชายนั่นเอง จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูด้วยกันเลย

 

แนวทางการตรวจสุขภาพ สำหรับกลุ่มชายรักชาย

 

ทำไมถึงได้เจาะจงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มชายรักชาย ก็เพราะว่าในกลุ่มชายรักชายนั้น มักจะมีโอกาสในการติดเชื้อต่าง ๆ ในการมีเพศสัมพันธ์ได้มากกว่ากลุ่มชายรักหญิง นั่นก็เพราะการมีเพศสัมพันธ์ของกลุ่มชายรักชายนั้น มักจะเป็นทางช่องทวารหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่บอบบาง จึงอาจทำให้เกิดแผล หรือฉีกขาด จากการเสียดสีตอนมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่าทางช่องคลอดของฝ่ายหญิง และยิ่งหากมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่มีการป้องกัน โอกาสในการติดเชื้อต่าง ๆ ก็จะยิ่งสูงขึ้น

ขอบอกก่อนเลยว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น นอกจากการหลีกเลี่ยงที่จะมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ไม่มีวิธีไหนเลยที่จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น จึงควรตระหนักไว้เสมอว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์นั้นเสี่ยงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่เสมอ ซึ่งเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิธีป้องกันในขณะที่มีเพศสัมพันธ์นั่นเอง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยในเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ ได้แก่

1.หูดหงอนไก่ เกิดจากไวรัสเอซพีวีซึ่งประกอบด้วยไวรัสมากกว่า 100 สายพันธุ์ย่อย ที่สามารถทำให้เกิดโรคได้ตั้งแต่หูดเล็กไปจนใหญ่ ตลอดจนถึงกลายเป็นมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูกได้

2.ซิฟิลิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา แพลลิดัม ซึ่งมีหลายระยะ อาการแต่ละระยะจะแตกต่างกัน สามารถรักษาให้หายได้ หากไม่รักษาอาจเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงได้

 

แนวทางการตรวจสุขภาพ สำหรับกลุ่มชายรักชาย

 

เริม เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีอาการเรื้อรัง เกิดจากเชื้อไวรัสเริมชื่อ HSV ซึ่งมี 2 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ HSV-1 และ HSV-2 เมื่อติดเชื้อเริมแล้ว เชื้อจะอยู่ในร่างกายไปตลอดชีวิตโดยไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติใดๆ

4.หนองใน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เรียกว่า เชื้อหนองใน เมื่อติดเชื้ออาจทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบ ซึ่งจะเจ็บและแสบเวลาปัสสาวะ

5.หนองในเทียม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Chlamydia trachomatis พบได้บ่อยในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เมื่อติดเชื้อแล้วจะเจ็บและแสบเวลาปัสสาวะ

6.ตับอักเสบบี เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (Hepatitis B virus) เชื้อสามารถแพร่ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสเลือดและสารน้ำจากร่างกายของผู้ที่มีเชื้อเข้าสู่บาดแผลหรือเยื่อบุ และยังแพร่จากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์และขณะคลอดได้ ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรรับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อตับอักเสบบี

7.เอดส์ เกิดจากเชื้อไวรัสเอซไอวีติดต่อกันผ่านการรับของเหลวอย่างเลือด น้ำอสุจิ เมือกในช่องคลอด และน้ำนม แต่ไม่สามารถแพร่ผ่านทางน้ำลายได้

อย่างไรก็ตามโรคที่ได้กล่าวไปข้างบนนั้น บางโรคไม่มีอาการอะไรแสดงออกมาเลย ถ้าไม่ได้ไปตรวจเลือด หรือตรวจสุขภาพ เพราะแบบนั้นเราอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเอง หรือคนอื่นเป็นอยู่ ดังนั้นเราต้องป้องกันตัวเองและลดความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางทุกครั้งในการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันโรค หรือลดความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ลง และสำหรับใครที่ยังโสดก็ควรจำกัดจำนวนคู่นอนด้วย

สุดท้ายนี้ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีวิธีไหนที่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นต้องหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำโดยเฉพาะการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย ควบคู่ไปกับการป้องกันด้วย และหากพบอาการผิดปกติอะไรก็ควรไปพบแพทย์เพื่อหาทางรับมืออย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันทั้งตัวเอง และคนที่คุณรัก

 

สอบถามข้อมูลบริการตรวจสุขภาพได้ที่

เบอร์โทร.  02-374-9604-5

Hotline: 080-9411240, 080-2718365

website: https://www.medicallinelab.co.th/บริการของเรา/

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

  • คุยกับหมอพิณ เมื่อเขารักกัน ฝ่ายรุก-รับ ควรตรวจอะไรบ้าง : https://www.sanook.com/men/3157/?fbclid=IwAR3uhvGjZdDz7d-9JiV6OuP5IP6XHYgYHFtWu8rvPJvfml6R48G-wJYOh5I
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กับเรื่องที่ผู้ชายควรรู้ : https://www.pobpad.comโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ-2?fbclid=IwAR2HzBZ5MKkKK-wenhCg8qaA3BRdXRWRLRp8NQQZDsbobZyRxPUy1B8SbZw