ในปัจจุบันหลายที่ในโลกได้มีการเปิดกว้างในเรื่องของการรักร่วมเพศมากขึ้น ในบางที่นั้นมีกฎหมายที่อนุญาตให้กลุ่มรักร่วมเพศแต่งงานกันได้แล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ที่จะยอมรับเรื่องนี้อาจด้วยขนบธรรมเนียม หรือความเชื่อต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ดี วันนี้พวกเราจะไม่ได้มาเน้นเรื่องของการยอมรับหรือไม่ เห็นด้วยหรือเปล่ากับกลุ่มรักร่วมเพศ แต่เป็นเรื่องของความเสี่ยงต่อโรคเอดส์ของกลุ่มรักร่วมเพศนั่นเอง ทำไมถึงต้องเน้นที่กลุ่มรักร่วมเพศนั้น มาฟังคำตอบไปพร้อมกันเลย

เหตุใดรักร่วมเพศจึงมีความเสี่ยงต่อโรคเอดส์

ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักโรคเอดส์กันสักหน่อยดีกว่า โรคเอดส์ คืออาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า เชื้อเอซไอวี (Human Immunodeficiency Virus : HIV) ซึ่งไวรัสชนิดนี้จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ที่ติดเชื้อบกพร่อง และในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงควบคุมและประคองอาการเท่านั้น

 

การติดต่อของโรคเอดส์ มีอยู่ 3 ทาง ดังนี้

1.การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอซไอวี ซึ่งนับว่าเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อเลยก็ว่าได้ จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยานั้น ระบุว่า 83% ของผู้ติดเชื้อมาจากทางนี้ทั้งนั้น

2.การรับเชื้อทางเลือด ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณี

2.1ใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน ซึ่งพบเจอได้บ่อยในกลุ่มผู้เสพสารเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น

2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด พบได้บ่อยในอดีตที่ไม่มีการตรวจเลือดแบบละเอียดนัก แต่ปัจจุบันมีการตรวจเลือดที่รับมาก่อนทุกครั้ง ทำให้อัตราการติดเชื้อจากการรับเลือดลดลงอย่างมาก

3.การติดต่อจากแม่สู่ลูก เกิดจากแม่ที่มีเชื้อเอซไอวีอยู่แล้วตั้งครรภ์ และเชื้อเอซไอวีถ่ายทอดมาสู่ลูก

ขณะคลอด แต่ปัจจุบันมีวิธีป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกแล้ว โดยการรับประทานยาต้านไวรัสในช่วงตั้งครรภ์

จากที่เราได้กล่าวไปในตอนแรกนั้น เราจึงมาเน้นที่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอซไอวี ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เสี่ยงต่อการติดต่อของโรคเอดส์ที่มากที่สุด และยังเกี่ยวโยงถึงคำถามที่ว่า ทำไมกลุ่มรักร่วมเพศถึงเสี่ยงต่อโรคเอดส์อีกด้วย นั่นก็เพราะว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันของชายรักชายนั้น เสี่ยงติดเชื้อเอซไอวีมากกว่าชายรักหญิงนั่นเอง

 

การติดต่อของโรคเอดส์

 

การมีเพศสัมพันธ์ของกลุ่มรักร่วมเพศชายรักชาย มีความเสี่ยงสูงกว่าชายรักหญิงก็เพราะชายรักชายใช้ช่องทวารหนักที่มีความเปราะบาง และเนื้อเยื่อในลำไส้ใหญ่บอบบางมาก ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก จึงอาจทำให้เกิดแผลและการฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อเอชไอวีและโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆที่อยู่ในน้ำอสุจิของฝ่ายรุกเข้าสู่ร่างกาย โดยผู้ที่เป็นฝ่ายรับมีความเสี่ยงมากกว่าฝ่ายรุก จากสาเหตุนี้การมีเพศสัมพันธ์ทางนี้จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอซไอวีมากกว่าช่องคลอดของเพศหญิง และยิ่งหากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน จะมีโอกาสติดเชื้อจากคู่สูงถึงร้อยละ 30 เลยทีเดียว

แต่ยังดีที่มีวิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้ออยู่ซึ่งก็คือการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ใช้สารหล่อลื่นเพื่อลดการเสียดสี ทานยา Prep ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อได้มากถึง 92% หากใช้อย่างถูกวิธี แต่อย่างไรก็ดีแม้จะมีการป้องกันแล้ว การตรวจสุขภาพเป็นประจำก็ยังจำเป็น ซึ่งจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราไม่ได้รับเชื้อ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดพลาดของการป้องกันได้นั่นเอง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

  • โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้ : https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention?fbclid=IwAR1GbMP2Nmu3gpzb3pTRQZvzM2IDlIyVAATbx9yBLiep6tBXBrpZVakNPf8
  • เผยกลุ่มชายรักชายเสี่ยงติดเอดส์ 1 ใน 3 : https://health.kapook.com/view19137.html?fbclid=IwAR0YyV3OK3OUSlSne0Vk9_aWK8KD8UZKsxUAWf7Cgl-Jj8TDVqzmnyx7XB4

 

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมได้ที่

เบอร์โทร.  02-374-9604-502-731-1828

Website: https://www.medicallinelab.co.th/