สาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตด้วยโรคต่าง ๆ ของประชากรไทย คือ การละเลยการตรวจสุขภาพ หลาย ๆ ท่านอาจไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพ ทั้ง ๆ ที่เป็นการช่วยคัดกรองโรคเบื้องต้นที่จะทำให้ทราบว่าเราป่วยหรือมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคใดบ้างหรือไม่ และยังช่วยให้สามารถวางแผนหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม หรือทราบว่าควรระมัดระวังการใช้ชีวิตในเรื่องใดบ้าง แม้ในกรณีที่พบโรคร้ายก็จะทำให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ส่วนสิทธิการตรวจสุขภาพสำหรับคนไทยจะมีอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้จากบทความนี้

 

สิทธิการตรวจสุขภาพ

 

สิทธิการตรวจสุขภาพของข้าราชการ

สำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ไม่รวมถึงบุคคลในครอบครัว) สามารถเบิกค่าตรวจสุขภาพประจำปีในสถานพยาบาลของทางราชการได้ปีละ 1 ครั้ง โดยแบ่งการตรวจเป็น 2 ช่วงอายุตามข้อมูลที่ระบุไว้ในเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง คือ

  1. ผู้มีอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ สามารถใช้สิทธิการตรวจสุขภาพได้ดังนี้

1.1 เอกซเรย์ปอด

  • Film chest
  • Mass chest

1.2 ตรวจปัสสาวะ

1.3 ตรวจอุจจาระ

1.4 ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)

1.5 ตรวจมะเร็งปากมดลูก

  • ตรวจภายใน
  • ตรวจ Pap Smear
  1. ผู้มีอายุมากกว่า 35 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถใช้สิทธิการตรวจสุขภาพได้ดังนี้

  2. ผู้มีอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ สามารถใช้สิทธิการตรวจสุขภาพได้ดังนี้

2.1 เอกซเรย์ปอด

  • Film chest
  • Mass chest

2.2 ตรวจปัสสาวะ

2.3 ตรวจอุจจาระ

2.4 ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)

2.5 ตรวจมะเร็งปากมดลูก

  • ตรวจภายใน
  • ตรวจ Pap Smear

2.6 ตรวจสารเคมีในเลือด

  • กลูโคส
  • คลอเลสเตอรอล
  • ไตรกลีเซอไรด์
  • การทำงานของไต (BUN)
  • การทำงานของตับ (Creatinine)
  • การทำงานของตับ (AST)
  • การทำงานของตับ (ALT)
  • การทำงานของตับ (ALP)
  • กรดยูริก

 

สิทธิการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน

สำนักงานประกันสังคมได้มอบสิทธิการตรวจสุขภาพให้กับผู้ประกันตนเพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพได้ปีละ 1 ครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถรับบริการได้ ณ โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการทุกแห่ง เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น โดยให้บริการตรวจสุขภาพตามเกณฑ์อายุ ได้แก่

  1. การตรวจร่างกายตามระบบ

1.1 การคัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test (15 ปีขึ้นไป)

1.2 การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข (30-55 ปีขึ้นไป)

1.3 การตรวจตาโดยความดูแลของจักษุแพทย์ (40-54 ปี)

1.4 การตรวจสายตาด้วย Snellen eye Chart (55 ปีขึ้นไป)

  1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2.1 ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC (18-70 ปีขึ้นไป)

2.2 ปัสสาวะ UA (55 ปีขึ้นไป)

  1. การตรวจสารเคมีในเลือด

3.1 น้ำตาลในเลือด FBS (35-55 ปีขึ้นไป)

3.2 การทำงานของไต Cr (55 ปีขึ้นไป)

3.3 ไขมันในเส้นเลือดชนิด Total & HDL cholesterol (20 ปีขึ้นไป)

  1. การตรวจอื่น ๆ

4.1 เชื้อไวรัสตับอักเสบ HBsAg (ผู้ที่เกิดก่อนปี 2535)

4.2 มะเร็งปากมดลูก Pap Smear (30-55 ปีขึ้นไป)

4.3 มะเร็งปากมดลูก Via (30-55 ปีขึ้นไป)

4.4 เลือดในอุจจาระ FOBT (50 ปีขึ้นไป) .

4.5 เอกซเรย์ปอด Chest X-ray (15 ปีขึ้นไป)

 

บัตรทองหรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ปัจจุบันยังไม่มีการมอบสิทธิการตรวจสุขภาพให้กับผู้มีสิทธิ์ทั่วไปโดยตรง แต่จะเป็นในลักษณะของการเข้าพบแพทย์เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและซักถามประวัติหรือพฤติกรรมสุขภาพเพื่อตรวจสุขภาพทั่วไปตามความจำเป็น จากนั้นจึงเป็นการส่งตรวจตามดุลยพินิจและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น

แต่สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและพักอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถเข้ารับสิทธิการตรวจสุขภาพเพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพ ณ คลินิกผู้สูงอายุครบวงจรทั้ง 64 แห่งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ที่สนใจเข้ารับบริการสามารถแจ้งความจำนงได้ที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุข โดยทางหน่วยบริการจะทำบัตรเพื่อเข้ารับบริการที่คลินิกผู้สูงอายุครบวงจรโดยคัดกรองตามรายการทั้ง 11 รายการ ได้แก่

  1. ตรวจสุขภาพทั่วไป
  2. เจาะเลือดตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดระดับเม็ดเลือด ระดับไขมัน
  3. วัดภาวะความซึมเศร้า
  4. วัดภาวะสมองเสื่อม
  5. ประเมินด้านโภชนาการ
  6. ประเมินการใช้ชีวิตประจำวันหรือ ADL
  7. ประเมินด้านการใช้ยา
  8. ประเมินภาวะกระดูกพรุน
  9. คัดกรองภาวะการกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  10. วัดภาวะพลัดตกหกล้ม
  11. ให้คำแนะนำปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพโดยสหสาขาวิชาชีพ

 

การตรวจสุขภาพเป็นการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันก่อนเกิดโรคที่ทุกคนควรให้ความสนใจโดยเฉพาะผู้ที่มีสิทธิการตรวจสุขภาพดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นสิทธิประโยชน์ที่คนไทยไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง

สอบถามข้อมูลบริการตรวจสุขภาพได้ที่

เบอร์โทร.  02-374-9604-5

Hotline: 080-9411240, 080-2718365

website: https://www.medicallinelab.co.th/