การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ปัจจุบันนั้น มีช่องทางในการตรวจมากมายหลายวิธีขึ้นอยู่กับโรคหรืออาการที่ต้องการตรวจ แต่กระนั้นวิธีการตรวจอวัยวะภายในที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งท่านอาจจะเคยคุ้นชื่อกันก็คงไม่พ้นการตรวจโดยการฉายรังสีหรือเอกซเรย์ (X-ray) นั่นเอง แล้วการเอกซเรย์นี้มีกระบวนการในการตรวจอย่างไร? และสามารถนำมาบ่งชี้ความผิดปกติของร่างกายเราได้อย่างไร?

เอกซเรย์เคลื่อนที่

 

         เอกซเรย์ (X-ray) เป็นการตรวจร่างกายที่มีที่มาจากชื่อรังสีที่นำมาใช้ในการตรวจ นั่นก็คือรังสี X โดยตัวรังสี X นี้มีลักษณะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเพื่อสร้างภาพเอกซเรย์มาใช้ประกอบการวินิจฉัย จะมีการปล่อยรังสีออกมาเป็นช่วง ๆ ผ่านร่างกายของผู้ป่วยไปยังแผ่นฟิล์มที่อยู่ด้านหลัง โดยปกติแล้วเนื้อเยื่อและอวัยวะในร่างกายของมนุษย์จะมีคุณสมบัติในการดูดซับพลังงานจากรังสีแตกต่างกัน จึงทำให้ภาพที่ได้จากการฉายรังสีออกมามีความชัดไม่เท่ากัน โดยกระดูกจะสามารถดูดซับพลังงานจากรังสีได้มากที่สุดเพราะมีส่วนประกอบของแคลเซียมอยู่มาก กระดูกจึงดูดซับรังสีไว้ผ่านกระบวนการ photoelectric ทำให้ภาพที่ปรากฏบนแผ่นฟิล์มเป็นสีขาว ส่วนรังสีที่ผ่านส่วนที่ไม่ทับซ้อนกับกระดูกจะดูดซับรังสีได้น้อยลง จะทำให้มองออกเป็นสีขาวออกเทา แล้วแต่ปริมาณรังสีที่บริเวณนั้นสามารถดูดซับไปได้ และอากาศจะไม่ดูดซับรังสีเลย ทำให้ภาพส่วนที่รังสีวิ่งผ่านอากาศจะกลายเป็นสีดำสนิท และจากภาพที่ได้มาจากกระบวนการเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นรูปภาพของอวัยวะภายในร่างกายของเราที่แพทย์จะนำไปวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ อย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจรักษาต่อไป

 

บริการเอกซเรย์เคลื่อนที่

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นมามาก มีการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาแทนที่การใช้ฟิล์มแบบเดิม ซึ่งการพัฒนาของระบบภาพรังสีคอมพิวเตอร์และภาพรังสีดิจิตอลนี้ ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้สถานที่ในการตรวจ และรายงานผล โดยสามารถทำการเอกซเรย์ได้ในทุกที่ที่ระบบเครือข่ายสามารถเชื่อมโยงไปถึง ส่วนในการเอกซเรย์เนื้อเยื่ออวัยวะในระบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กระดูกนั้น จำเป็นต้องนำสารทึบรังสี ซึ่งเป็นองค์ประกอบของธาตุอะตอมหนักที่มีความสามารถกั้นรังสี X ได้มาใช้ โดยได้มีการพัฒนาสารทึบรังสีดังกล่าวให้ปลอดภัยขึ้น และส่งผลกับตัวผู้เข้ารับการตรวจน้อยที่สุด ซึ่งการตรวจเอกซเรย์เนื้อเยื่อที่นิยมตรวจกันนั้น ได้แก่

  1. การเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-Ray) – เป็นการเอกซเรย์ที่บริเวณช่วงอกเพื่อดูความผิดปกติของปอด หัวใจ หรือระบบหลอดเลือดหัวใจ แต่ในส่วนของการเอกซเรย์ช่วงอกเพื่อตรวจหามะเร็งเต้านมนั้น จะเรียกว่า แมมโมแกรม (Mammogram)
  2. การเอกซเรย์ช่องท้อง (Abdomen X-Ray) – ใช้ใน 2 กรณี คือ

– ตรวจดูความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารโดยใช้แบเรียมเป็นสื่อนำ

– กรณีฉุกเฉินที่มีการเกิดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นโลหะตกค้างอยู่ในร่างกาย

 

จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าการเอกซเรย์นั้น มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติภายในร่างกายของเรามาก เพราะสามารถฉายภาพออกมาวินิจฉัยได้โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด และความเสี่ยงจากการรับรังสีเกินขนาด (Radiation Poisoning) เองนั้น ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาการเอกซเรย์จนทำให้ความเสี่ยงดังกล่าวน้อยลงไปมากจนแทบจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับร่างกายของผู้เข้ารับการเอกซเรย์แล้ว

และหากท่านสนใจที่จะรับบริการตรวจเอกซเรย์เคลื่อนที่ เราขอแนะนำ “ศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เมดิคอล ไลน์ แล็บ” ศูนย์บริการที่มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประการณ์งานกว่า 40 ปี เรามีบริการตรวจเอกซเรย์เคลื่อนที่ที่มีอุปกรณ์ที่ครบครัน ได้มาตรฐาน พร้อมให้บริการท่านด้วยความเป็นมืออาชีพ และมีใบรับรองคุณภาพ ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าผลตรวจที่ออกมามีมาตรฐานและเชื่อถือได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :